แต่อย่างน้อยก็ดีใจที่ได้เจอกับคนที่อยากเจอมากที่สุด ฮ่าๆๆ :'D
วันพุธที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2553
มีตติ้งเล็กๆกับชาวค่ายหว้ากอ.
22 ต.ค. 53 ผมมีโอกาสได้เจอกับชาวค่ายหว้ากอรุ่นที่26อีกครั้งหนึ่ง ในค่ายนี้มีเป็นร้อยคนแต่ผมเพิ่งเจอแค่5คนเองอ่ะ :(
วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553
วาดรูปด้วย Paint.
โปรแกรม Paint คงเป็นโปรแกรมที่ไม่มีใครไม่รู้จัก
เพราะมันใช้ประโยชน์ได้หลายด้านมาก
ผมได้ลองวาดรูปโดยใช้โปรแกรมนี้
เป็นรุ่นใหม่นะครับของ Window 7
เครื่องมือจะเยอะมากมาย
เลยวาดแสดงความรู้สึกในเวลานี้ออกมาซะเลย
555555555.
วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553
ถ่ายรูปเล่น.
ได้ด้วงมาตัวหนึ่งครับ มีชื่อว่า Glycyphana horsfieldi ด้วงดอกไม้วงแดงเดี่ยว มีขนาดเพียง13มิลลิเมตรเท่านั้นเอง การจะถ่ายมันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะด้วงชนิดนี้ชอบเล่นไฟมากเห็นไฟแล้วต้องบินเข้าหาตลอดและเดินได้เร็วทีเดียว กว่าจะเล็งมันได้ก็ยากเอาการครับ
วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ส่งชาวค่ายหว้ากอ#27 ไปเก้อ!
15 สิงหาคม ของทุกๆปีจะมีการจัดค่ายวิทยาศาสตร์ ณ หว้ากอ จ.ประจวบคิรีขันธ์ ผมเป็นรุ่นที่26 เพิ่งไปเมื่อปีที่แล้ว(15-19 ส.ค. 52) วันนี้ก็ครบรอบ1ปีพอดี และมีรุ่นพี่ตั้งแต่สมัยรุ่นแรกๆชวนไปส่งรุ่น27กัน ปรากฎว่าพอกำลังนั่งวินมอเตอร์ไซค์เข้าไปที่ตึกลูกเต๋า ก็สวนทางกับรถของรุ่น27ที่กำลังเดินทางไปงานวิทยาศาสตร์ ไบเทคบางนาพอดี พอถึงตึกลูกเต๋าก็ไม่เจอรุ่นพี่ซักคน สรุปว่าไปเก้อครับท่าน ก็เลยเดินถ่ายรูปสิ่งที่ทำให้คิดถึงบรรยากาศเมื่อปีที่แล้ว ตอนที่มาเข้าค่าย คิดถึงเพื่อนๆชาวค่ายหว้ากอทุกคนนะ
หน้าห้องลงทะเบียน ตอนที่มาถึงก็ต้องมาลงทะเบียนที่นี่แล้วขึ้นไปห้องประชุม
หน้าตึกลูกเต๋า มีแม็ค สีน้ำเงิน จ.อยุธยามาเก้อเป็นเพื่อน(ครั้งที่2แล้วนะ) บริเวณนี้เป็นบริเวณที่พวกเราถ่ายรูปหมู่กัน จำได้มั้ย..
ตรงนี้คือที่ๆเรามากินข้าวกลางวันกัน
ตรงนี้คือที่ๆเรามากินข้าวกันตอนเย็น
นี่คือหน้าตึกที่พวกเราเข้าไปนอนกัน
น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เจอรุ่น27 และไม่สามารถไปถ่ายรูปถึงค่ายหว้ากอได้เพราะยังติดเรียนในวันจันทร์ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะนัดเจอกับชาวค่ายอีกครั้ง หรืออาจจะไปเที่ยวอ่าวมะนาว ที่ๆพวกเราเล่นน้ำกันก่อนกลับจากค่าย ครบ1ปีแล้วที่พวกเราไปค่ายกัน คิดถึงเพื่อนๆทุกคนมากๆ
โอ๊ค สีเทา,กรุงเทพมหานคร.
วันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ไปเรื่อย อารีย์ - หอศิลป์
หยุดยาววันแม่วันที่12-15สิงหา พอดีว่างเลยออกไปถ่ายรูปเล่นครับ โดยเริ่มต้นที่ร้านกาแฟในซอยอารีย์ "ร้านกาแฟวาวี"ครับ สามารถนั่งรถไฟฟ้ามาลงได้ เมื่อมาถึงแล้วก็อยากจะถ่ายบรรยากาศในร้านและนอกร้านมากๆ แต่ฝนดันตกซะงั้น ซึ่งมันเป็นศัตรูตัวฉกาจของกล้องเลยทีเดียว เลยถ่ายแค่สิ่งที่อยู่รอบตัวพอครับ
ดื่มกาแฟแก้ง่วงแล้วก็ไปต่อกันที่หอศิลป์ อยู่ตรงสี่แยกปทุมวันนั่งรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีสยามแล้วต่อไปสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ หรือจะนั่งรถเมลล์มาลงก็ได้ครับ จากอารีย์ก็สามารถนั่งสาย29มาได้ ส่วนสายอื่นๆไม่แน่ใจครับ หอศิลป์เปิดตั้งแต่วันอังคาร-วันอาทิตย์ครับ ปิดเฉพาะวันจันทร์ และภายในก็จะเปลี่ยนการจัดแสดงงานศิลปะประจำครับ วันนี้ไปเป็นงาน"ฝันถึงสันติภาพ" แต่ก็ไม่ได้ถ่ายเกี่ยวกับหัวข้อนี้หรอกครับ ก็ถ่ายไปเรื่อยตามหัวข้อบทความนี่แหละ
ลากันด้วยภาพนี้ครับ ถนนยามค่ำคืน(มือสั่นไปนิดต้องขอโทษด้วยครับ) ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านกันครับ
วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553
อุทยานแห่งชาติเอราวัณ 2วัน1คืน :)
หลังจากสอบกลางภาคเสร็จ ก็ว่างพอดีเลยแบกเป้ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จ.กาญจนบุรี สามารถเดินทางไปได้หลายเส้นทางไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถไฟ รถทัวร์ หรือรถตู้ ในทริปนี้ผมเดินทางโดยรถตู้ ขึ้นรถที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งโรงพยาบาลราชวิถี ค่ารถ110บาท เดินทางประมาณ2ชั่วโมง30นาทีครับ แนะนำให้ออกเช้าหน่อย เมื่อไปถึงจะได้มีเวลาเล่นน้ำ
เราจะลงกันที่ บขส.กาญจนบุรี เมื่อลงมาก็ให้มองรถคันสีฟ้าๆไว้เลย ข้างๆรถจะเขียนว่า กาญจนบุรี-เอราวัณ ค่ารถคนละ50บาท เดินทางประมาณ1ชั่วโมง30นาที
และนี่คือคู่หูที่ไปด้วยในทริปนี้ :)
เมื่อมาถึงเราก็ต้องไปติดต่อ ณ ที่ทำการอุทยาน เพื่อขอเช่าเต็นท์ ราคาเต็นท์ก็จะมีหลายราคาขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้บริการ สถานที่กางเต็นท์จะเห็นวิวสวยๆของแม่น้ำที่ทอดยาวออกไป และมีป่าเขาอยู่โดยรอบ
แต่เราก็ไม่รีรอ เมื่อมาถึงแล้วก็ต้องไปเล่นน้ำตกสิ(ซึ่งตอนไปถึงก็บ่าย2เข้าไปแล้ว - -*)
ระหว่างทางก็พบกับผีเสื้อหลากหลายชนิด
มีหนอนอีกตัวนึง กว่าจะทำให้พื้นหลังเป็นสีดำก็ลำบากเอาการ
น้ำตกเอราวัณมีทั้งหมด7ชั้น ผมไม่ได้เล่นทุกชั้นนะเพราะเวลามันไม่พอ แต่เป้าหมายของเราอยู่ที่ชั้น7ซึ่งเป็นชั้นที่สวยที่สุดและอยู่สูงที่สุด ผมก็จำไม่ได้เหมือนกันว่ารูปที่ถ่ายมาแต่ละรูปมีชั้นอะไรบ้าง กำเบย ;(
อันนี้น่าจะชั้น2
อันนี้ชั้น...ชั้นรักเธอ 5555555. ชั้นอะไรไม่รู้ลืมซะแล้ว
อันนี้ชั้นที่4 จริงๆแล้วน้ำจะใสและเป็นสีฟ้าเขียว แต่เนื่องจากก่อนที่พวกเราจะมาวันนึงมีฝนตกทำให้น้ำไม่ใสมากนัก
ในน้ำก็จะมีปลาพลวงว่ายอยู่เต็มไปหมด จากที่สังเกตรู้สึกจะมีทุกชั้นยกเว้นชั้นที่1
ระหว่างทางก็ไปพบกับ Euphaea orchracea orchracea แมลงปอเข็มน้ำตกสีน้ำตาลแดง เพศผู้
และตัวนี้น่าจะเป็นเพศเมีย
เจอหนอนผีเสื้อด้วย ไม่แน่ใจว่าเป็นหนอนของผีเสื้อหางตุ้มหรือเปล่า
ระหว่างทางจะมีจุดชมวิวและจุดพักอยู่ สวยมากๆครับ
แล้วก็เจอด้วงตายอยู่ตัวนึง นี่คือ Trichogomphus martabani ด้วงแรดมะตะบัน เพศเมีย
น้ำตกชั้น7อยู่สูงมาก มากจริงๆครับ ถ้าใส่ผ้าใบมาลุยน่าจะสะดวกกว่าการใส่รองเท้าแตะ แถมยังต้องแบกกล้องไปอีก เดินไปก็ถ่ายโน่นถ่ายนี่จนถึงชั้น7พอดี สวยมาก ใสมาก และคนเยอะมากๆ - -*
แต่ยังไม่ทันจะลงเล่นก็16.00น.แล้ว ซึ่งเป็นเวลาที่เค้าไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำแล้ว น่าเสียดาย :'(
ถ้าเค้าไม่ให้เล่นก็ต้องกลับละนะ ขากลับก็ใช่ว่าจะสบายเพราะเดินไปลื่นไปได้แผลอีกต่างหาก เจ็บๆๆ แต่ก็ลืมความเจ็บไปเลยเมื่อเจอกับต้นนี้ ต้นกระเช้าถุงทอง เป็นพืชอาหารของผีเสื้อหางตุ้มจุดชมพู ไม่ถึงกับหายากแต่ก็ไม่ง่าย เพราะต้นที่มีลักษณะแบบนี้มีหลายร้อยชนิด ต้องบี้ใบแล้วดมเอา
ในวันแรกก็หมดเพียงเท่านี้ กลางคืนก็ออกมาเดินเล่นหาแมลงไปเรื่อย ตอนแรกก็นึกว่าจะเจอเยอะแต่กลับไม่ค่อยมีตัวอะไรที่น่าสนใจให้ถ่าย เลยเข้านอนไปโดยปริยาย
รุ่งเช้าก็เดินศึกษาธรรมชาติในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ได้ความรู้มากมาย :)
เมื่อเที่ยงก็ถึงเวลาเช็คเอาท์และเดินทางกลับ ก่อนกลับก็แวะทานอาหารที่อุทยานก่อน(ทั้งโต๊ะ เธอคนนี้สั่งเองหมดเลยนะเนี่ย)
เมื่อทานเสร็จก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ ขากลับจะนานกว่านิดหน่อยเพราะถึงตอนเย็นและรถค่อนข้างติด ควรออกประมาณ12.00-12.30น.
ลากันด้วยภาพนี้ครับ ต้องขอโทษด้วยที่มีรูปน้อยไปหน่อย แต่ครั้งต่อไปขอสัญยาว่าจะถ่ายเยอะกว่านี้แน่นอน ขอบคุณที่เสียสละเวลามาอ่านครับ :')
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)